หน้า: [1]   ลงล่าง
พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: ความหมายของการวิจัย และนิยามศัพท์ทางการวิจัยที่ควรทราบ  (อ่าน 60199 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
เลิศชาย ปานมุข
ผู้ดูแลบอร์ด
นักโพสต์ VIP
********
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3864



« เมื่อ: มีนาคม 14, 2009, 12:08:55 AM »

การวิจัย

           การวิจัยเป็นเครื่องมือสำคัญในการค้นคว้าและพัฒนาความรู้ในศาสตร์ทุกแขนง การวิจัยจะช่วยให้อธิบายเหตุผลในการปฏิบัติได้อย่าง เช่น วิทยาศาสตร์ ความรู้ที่ได้จากการวิจัยเป็นการขยายขอบเขตความรู้ให้กว้างขว้าง กระบวนการวิจัย ใช้ระเบียบวิธีทางวิทยาศาสตร์หรือหลักกระบวนการแก้ปัญหา ซึ่งทุกคนได้นำมาใช้ในชีวิตประจำวันอยู่แล้ว จึงไม่เป็นการยากที่จะเรียนรู้

ความหมายของการวิจัย
           การวิจัย คือ การศึกษาค้นคว้า อย่างเป็นระบบระเบียบ เพื่อแสวงหาคำตอบสำหรับปัญหา หรือคำตอบการวิจัยที่กำหนด เพื่อแสวงหาความรู้ใหม่ วิธีการทำงานใหม่ ๆ ซึ่งการทำให้เกิดความก้าวหน้าทางวิชาการหรือเกิดประโยชน์ในทางปฏิบัติ ด้วยกระบวนการวิทยาศาสตร์ ที่มีการวางแผนล่วงหน้าอย่างมีระบบทุกขั้นตอนการดำเนินงาน เพื่อให้ผลการศึกษาถูกต้องและเชื่อถือได้ และขาดไม่ได้คือ การเผยแพร่งานวิจัยเพื่อให้มีการนำผลการวิจัยไปใช้ประโยชน์ หรือแก้ปัญหาต่อไป
การวิจัยหรืองานที่เป็นการวิจัยต้องประกอบด้วยลักษณะสำคัญ 3 ประการ
           1. เป็นกระบวนการค้นคว้าหาข้อเท็จจริงหรือปรากฏการณ์ตามธรรมชาติ
           2. เป็นกระบวนการหรือการกระทำที่มีระบบระเบียบ
           3. เป็นการกระทำที่มีจุดประสงค์ที่แน่นอน

จรรยาบรรณของนักวิจัย

           ในการทำวิจัยนอกจากระเบียบวิธีกระบวนการ เพื่อได้มาซึ่งคำตอบที่เชื่อถือได้แล้ว สิ่งสำคัญอย่างยิ่งอีกประการคือ จรรยาของนักวิจัย ที่นักวิจัยทุกคนต้องตระหนักและประพฤติปฏิบัติในคู่มือฉบับนี้แบ่งออกเป็น 2 ข้อใหญ่ ๆ คือ
           1. ความซื่อสัตย์ในการดำเนินการวิจัย
           2. การเคารพสิทธิของผู้ถูกวิจัย
1. ความซื่อสัตย์ในการดำเนินการวิจัย   นักวิจัยต้องดำเนินการวิจัยทุกขั้นตอนอย่างซื่อสัตย์ทั้งต่อตนเองและต่อผู้อื่น ในการเก็บรวบรวมข้อมูล การวิเคราะห์การรายงานผลการวิจัย ต้องใช้ข้อมูลจริง ไม่สร้างข้อมูลที่เป็นเท็จ และรายงานผลการวิจัยทุกด้าน รวมทั้งข้อบกพร่องในการวิจัย เพื่อให้ผู้ที่จะนำผลการวิจัยไปใช้จะได้ป้องกันข้อผิดพลาดที่จะเกิดขึ้น
2. การเคารพสิทธิของผู้ถูกวิจัย   ในการทำวิจัยกับคนนั้นแต่ละคนมีสิทธิของตนในการจะเป็นผู้ถูกวิจัยหรือตัวอย่างในการวิจัย สิทธิต่าง ๆ ได้แก่
           2.1 การได้รับความเคารพในความเป็นบุคคล มีสิทธิในการตัดสินใจด้วยตนเอง ในการเข้าร่วมการวิจัย ตลอดจนการถอนตัวจากการวิจัย
           2.2 การได้รับความปลอดภัยจากอันตรายและผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากการวิจัย ทั้งด้าน กาย จิต สังคม จิตวิญญาณและเศรษฐกิจ

คุณลักษณะของนักวิจัย

           นักวิจัย  คือ  ผู้ที่พยายามหาข้อเท็จจริงของธรรมชาติโดยใช้กระบวนการที่ถูกต้องและเชื่อถือได้ในสาขานั้น ๆ นักวิจัยควรมีคุณลักษณะอย่างน้อย 7 ประการ ต่อไปนี้
           1. มีความสงสัยไม่เชื่อสิ่งต่างๆ อย่างง่าย
           2. มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์
           3. ขยันหมั่นเพียร
           4. มีวิจารณญาณ
           5. ใจกว้าง
           6. ซื่อสัตย์
           7. มีความสุขในการทำงาน
นอกจากคุณลักษณะ 7 ประการแล้ว นักวิจัยควรมีจริยธรรมของนักวิจัยดังนี้
จริยธรรมในการวิจัย 8 ประการได้แก่
           1. ควรได้รับการยินยอมจากกลุ่มตัวอย่างของการวิจัย
           2. การเก็บความลับของข้อมูล
           3. การป้องกันความบีบคั้น (Stress) ทางกาย ? จิต ของกลุ่มตัวอย่าง
           4. ให้เกียรติผู้มีส่วนช่วยเหลือในการวิจัย
           5.ให้เกียรติในการอ้างอิงข้อมูล
           6. ความเป็นกลางจากแหล่งทุนอุดหนุน
           7. ซื่อสัตย์ต่อกลุ่มตัวอย่าง, วิชาชีพ
           8. ซื่อสัตย์ต่อสาธารณชน ไม่มุ่งเผยแพร่งานวิจัยเฉพาะพวกพ้องของตน

นิยามศัพท์ทางการวิจัยที่ควรทราบ

           นักวิจัยต้องทำความเข้าใจความหมายของศัพท์ต่าง ๆ ในการวิจัย เพื่อนำไปใช้ในการเขียนรายงานวิจัยที่ถูกต้อง รวมทั้งสื่อให้ผู้อ่านงานวิจัยเข้าใจ ศัพท์ที่ใช้บ่อย ได้แก่
1. แนวคิด หมายถึง คำ วลี ที่กล่าวถึงสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่มีขอบเขตไม่ชัดเจนนัก การตีความขึ้นกับความรู้และประสบการณ์ของผู้อ่าน
2. คำนิยามปฏิบัติการ (Operational definition)  เป็นการให้ความหมายของคำที่เป็นแนวคิด ออกมาในลักษณะที่วัดได้ สังเกตได้ เพื่อให้มีความหมายที่แน่นอนมีขอบเขตเป็นอย่างเดียวกัน จะได้ไม่เกิดความคลาดเคลื่อนในงานวิจัย ทำให้ผู้อ่านเข้าใจความหมายตรงกัน การให้ความหมายของคำในเชิงปฏิบัติการจะต่างไปจากความหมายเชิงทฤษฎี คือ จะเน้นที่การวัด การสังเกตที่ปฏิบัติได้แต่คำนิยามที่ให้ต้องไม่ขัดกับความหมายเชิงทฤษฎี
3. ตัวแปร (Variables)     หมายถึงสิ่งที่เปลี่ยนค่าได้เป็นหลายค่า เป็นลักษณะคุณภาพ คุณสมบัติของบุคคล สิ่งของ หรือสิ่งสนใจจะนำมาศึกษาที่สามารถนับได้ วัดได้ และแจกแจงได้หลายค่า ในการทำวิจัย เมื่อนำแนวคิดมาระบุนิยามปฏิบัติการแล้ว จะกลายเป็นรูปของตัวแปร โดยทั่วไปตัวแปรมี 3 ชนิด คือตัวแปรอิสระ ตัวแปรตาม และตัวแปรภายนอกหรือตัวแปรแทรกซ้อน
4. ค่าสังเกต (Observation)  หมายถึง ค่าที่วัดได้ของตัวแปร วัดได้จากตัวอย่างแต่ละหน่วย
5. ข้อมูล (data)   หมายถึง ชุดของค่าสังเกตที่วัดได้ จากกลุ่มตัวอย่าง ชุดหนึ่ง ๆ
6. หน่วยวิจัย (Subject) หมายถึง หน่วยเบื้องต้นมีลักษณะที่ผู้วิจัยสนใจศึกษา อาจเป็นสิ่งมีชีวิตหรือไม่มีชีวิตก็ได้
7. ตัวอย่าง (Sample)    หมายถึง ลักษณะที่ผู้วิจัยศึกษา ได้มาจากการเลือกมาเพียงบางส่วนของประชากร โดยมุ่งหมายว่าตัวอย่างที่เลือกมาจะเป็นตัวแทนของประชากร
8. ประชากร (population) หมายถึง หน่วยทั้งหมดที่มีลักษณะที่ผู้วิจัยสนใจจะศึกษา
9. ประชากรเป้าหมาย (target population)  หมายถึงประชากร ที่ผู้วิจัยกำหนดขอบเขตหรือคุณสมบัติขึ้น โดยมีความมุ่งหมายจะให้ผลการวิจัยสามารถนำมาสรุปรวมกลุ่มประชากรเป้าหมายนี้ด้วย
10. การเลือกตัวอย่าง (sampling)   เป็นวิธีการเลือกบางส่วนของประชากรขึ้นมาศึกษา ซึ่งทำได้หลายวิธี เป็นต้นว่ากำหนดลงไปเลยว่าต้องการหน่วยใด ของประชากรบ้าง หรือใช้การจับฉลาก หรือการกำหนดโควต้า เป็นต้น
11. การเป็นตัวแทน (representativeness) ในการวิจัยหมายถึง การที่ตัวอย่างหรือหน่วยวิจัย มีคุณสมบัติเช่นเดียวกับคุณสมบัติของประชากร การจะเป็นตัวแทนประชากรได้นั้น การเลือกตัวอย่างจะต้องใช้เทคนิคที่เหมาะสม ซึ่งการจะใช้เทคนิคการเลือกตัวอย่างแบบใด ขึ้นกับลักษณะของประชากร และคุณสมบัติที่ต้องการจะศึกษา
12. การสุ่ม (randomization)   เป็นวิธีการที่ทำให้เกิดความเท่าเทียมกัน ของการที่แต่ละหน่วยของประชากรจะถูกเลือกมาเป็นตัวอย่าง และ/หรือแต่ละหน่วยของตัวอย่างจะถูกจัดเข้าไว้ในกลุ่มหรือของการศึกษา โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อลดอคติที่จะเกิดขึ้นจากการเลือก วิธีการดังกล่าวอาจใช้การจับฉลาก ทอดลูกเต๋า หรือใช้ตารางเลขสุ่ม
13. ตัวอย่างสุ่ม (random sampling) หมายถึงตัวอย่างที่ถูกเลือกมาจากประชากร โดยวิธีแต่ละหน่วยของประชากร มีโอกาสในการถูกเลือกเท่าเทียมกัน
14. การออกแบบการวิจัย (research design) เป็นแนวทางในการดำเนินการวิจัยในเรื่องเกี่ยวกับการเลือกกลุ่มตัวอย่าง การรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูล โดยนักวิจัยต้องออกแบบการวิจัยเพื่อมุ่งในการหาคำตอบที่จะตอบ วัตถุประสงค์การวิจัยที่ดีที่สุด
15. โครงการวิจัย (research proposal) เป็นแผนการที่กำหนดไว้ล่วงหน้าอย่างละเอียดถึงขั้นตอนของการทำวิจัยทุกขั้น โครงการวิจัยจะสื่อถึงปัญหาวิจัย ความสำคัญและประโยชน์ในการศึกษา การเขียนมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการขออนุมัติทำการศึกษา หรือเขียนขอทุนในการทำวิจัย และเป็นแม่แบบในการดำเนินการวิจัย
16. การจัดกระทำ (Manipulation) หมายถึง สภาพการณ์หรือการกระทำที่ผู้วิจัยจัดขึ้น เพื่อการควบคุม หรือการกำหนดค่าตัวแปรอิสระ ในการวิจัยแบบทดลองหรือกึ่งทดลอง เพื่อวัดค่าจะมีผลใดเกิดขึ้นจากการกระทำนั้น ๆ
17. สิ่งทดลอง (Treatment)     หมายถึง สิ่งที่ผู้วิจัยให้กลุ่มตัวอย่างทดลอง เพื่อเป็นการควบคุมหรือกำหนดค่าตัวแปรอิสระในการวิจัยทดลองหรือกึ่งทดลอง
18. ความเที่ยง (reliability) หมายถึง ระดับความสม่ำเสมอ หรือความคงที่ที่เครื่องมือวิจัยวัดค่าของสิ่งที่ต้องการวัด
19. ความตรง (Validity) หมายถึง ระดับความสมารถในการวัดที่เครื่องมือวิจัยจะวัดค่าของสิ่งต้องการได้ตรงความเป็นจริง
20. ระดับความมีนัยสำคัญ (The level significant)    หมายถึงระดับที่สามารถยอมให้มีการคลาดเคลื่อนได้ คิดเป็นร้อยละเท่าไร
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
พิมพ์
 
กระโดดไป: